“เลมอน ลอว์” ก้าวสำคัญจากพลังประชาชน สู่กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

หากไม่มีประชาชน 20,000 กว่าคน ที่ร่วมลงชื่อสนับสนุน ร่างกฎหมาย เลมอน ลอว์ฉบับประชาชน คงไม่มีโอกาสเดินทางมาถึงจุดนี้

เบื้องหลังตัวเลข 21,111 รายชื่อ ไม่ใช่เพียงการลงชื่อในแบบฟอร์ม แต่คือความร่วมมือของประชาชน สภาผู้บริโภค หน่วยงานประจำจังหวัด และเครือข่ายองค์กรสมาชิก ที่ช่วยกันลงพื้นที่ สร้างความเข้าใจ และชวนประชาชนร่วมผลักดันกฎหมาย จนสามารถรวบรวมรายชื่อได้ครบ ก่อนยื่นเข้าสู่รัฐสภาในปี 2567

หลังจากนั้น สภาผู้บริโภคและเครือข่ายไม่ได้หยุดอยู่เพียงการยื่นร่างกฎหมาย แต่ยังติดตามผลักดันอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเข้าชี้แจงหลักการต่อคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำข้อเท็จจริงจากปัญหาของผู้บริโภคมาสนับสนุนการพิจารณา และเดินหน้าผลักดันแม้ต้องเผชิญอุปสรรคหลายครั้ง รวมถึงช่วงที่การยุบสภาทำให้ร่างกฎหมายเกือบต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด

ความพยายามเกือบ 2 ปี เลมอน ลอว์ ไม่ได้สูญเปล่า

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างกฎหมายเลมอน ลอว์ ทั้ง 6 ร่าง ได้แก่ ร่างฉบับสภาผู้บริโภค ร่างสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และร่างพรรคการเมือง 4 พรรค (ภูมิใจไทย ประชาชน เพื่อไทย ประชาธิปัตย์) โดยใช้ร่างของ สคบ.เป็นร่างหลักในการพิจารณา ถือเป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ว่า เมื่อประชาชนรวมพลัง เสียงของผู้บริโภคสามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายได้จริง

กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากแนวคิดบนกระดาษ แต่เกิดจากปัญหาที่ผู้บริโภคเผชิญอยู่จริง

หนึ่งในกรณีสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี 2553 ผู้บริโภครายหนึ่งซื้อรถใหม่ แต่กลับพบว่ารถมีความชำรุด แม้จะเรียกร้องให้บริษัทเปลี่ยนรถคันใหม่ แต่กลับไม่ได้รับการแก้ไข จนต้องฟ้องร้องด้วยตนเอง และใช้เวลายาวนานถึง 13 ปี กว่าศาลจะมีคำพิพากษาให้บริษัทรับรถคืนพร้อมชดใช้ค่าเสียหาย

ขณะที่หลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี มีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในลักษณะนี้มานานแล้ว ประเทศไทยจึงไม่ควรปล่อยให้ผู้บริโภคต้องต่อสู้กับผู้ประกอบการเพียงลำพังอีกต่อไป

การรับหลักการในวาระแรกจึงไม่ใช่เส้นชัย แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของการเดินทางที่เริ่มต้นจากพลังของประชาชน และยังต้องเดินหน้าต่อในชั้นกรรมาธิการ เพื่อปรับปรุงรายละเอียดก่อนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวาระถัดไป

สภาผู้บริโภคชนทุกคนติดตามกฎหมายฉบับนี้ไปด้วยกัน เพราะหนึ่งเสียงของคุณ คืออีกหนึ่งพลังที่จะช่วยเปลี่ยนปัญหาของผู้บริโภค ให้กลายเป็นกฎหมายที่คุ้มครองผู้บริโภคทั้งประเทศ

ร้องทุกข์ - ร้องเรียน